About the Site:

  • kipkipkip is back in action!

About Me:

  • Write about yourself here

Categories:


เห่อ(กว่า)

July 19th, 2010 by site admin

วันที่เยอรมันเตะกะอาร์เจนตินา (แล้วชนะไป4-0)
เรา พิท และ น้องแก้ว ไปดูบอลที่ To-Sit สยาม
ระหว่างปล่อยให้สองคนนั้นเชียร์บอล
เราก็เอากล้อง Panasonic GF1 ของพิทไปเดินถ่ายเล่นแถวสยาม กะว่าลองใช้ดูว่าชอบไหม
ก่อนหน้านั้นก็ไปเดินดูกล้อง Olympus กะ Sony Nex3 Nex5 กันมาแล้วเมื่อกลางวัน น้องแก้วก็อยากได้ Olympus EP2 อยู่เหมือนกัน
เราก็อยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะค่ายไหนดี เพราะสนใจจะซื้อกล้อง Format Micro 4/3 ด้วยความที่มันกะทัดรัดกว่า แล้วก็คุณภาพของภาพดีกว่า digital compact ทั่วไป
ลองถ่ายไปมาก็ชอบนะ คือกล้องเนี่ยเราโอเคอยู่แล้ว แต่ที่อยากลองคือเลนส์แพนเค้กมากกว่า ว่าเราจะชอบไหม
เรื่องของเรื่องคือ คงยังไม่มีปัญญาซื้อเลนส์เพิ่ม ก็ต้องดูว่า20mmถ่ายแล้วพอได้ตามที่เราต้องการหรือเปล่า
ลองจับ Sony Nex3/Nex5 มาแล้ว ไม่ค่อยชอบ แม้ว่ารูปทรงมันจะสวยกว่าเล็กกว่า
แต่ไม่ชอบค่ายนี้เป็นการส่วนตัวอ้ะ -*-
ส่วน Olympus ถ้าจะเอาที่ตรงกับใจก็ต้อง EP2 ซึ่งตั้งสี่หมื่นกว่าๆ
เง้อออ คิดไม่ตก จบวันไปแบบลังเลๆ

วันรุ่งขึ้นไปทำงาน Event ที่เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ไม่ได้คิดอะไรเรื่องกล้องใดๆทั้งสิ้น
เดินไปเดินมาเจอ Pommi เลยไปช่วยเค้าซื้อมือถือใหม่ให้แม่
ระหว่างนั้นเดินผ่านร้านกล้องที่ชั้นไหนร้านไหน เราก็ถลาเข้าไปดู GF1 มันทุกร้าน (ห้างมี 6 ชั้น มีร้านกล้องทุกชั้น)
เราก็เข้าไปลูบๆคลำๆมันมา ตั้งแต่ชั้น1ถึงชั้น6 (Power Buy) จน Pommi เริ่มรำคาญบอกว่า กล้องนี้มันก็ดีอยู่แล้วเพราะงั้นจะซื้อก็ซื้ออย่าร่ำไรไปมา
และแล้วด้วย keyword เหล่านี้:

- ผ่อน 0% ได้นะคะ
- Citibank ลดอีก 8 % ค่ะ
- วันนี้โปรฯวันสุดท้ายแล้วค่ะ

แถมยังมีเสียงชื่นชมคุณภาพกล้องจาก Pommi กับ พี่บอย (ที่บังเอิญเจอพอดี๊ พอดี) คอยรับส่งไม่ขาด
เราก็เลยเสร็จคนขายที่ power buy ซื้อลูกสาวมาด้วยราคา 27,500 (ลดแล้ว จาก 29,990)
ซื้อมาแล้วก็ปลาบปลื้มกับกล้องมาก ชอบอะ ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ละ
แต่เสียแค่ ยังไม่มีตังค์ซื้อเลนส์ (ที่แพงเหลือเกิน) -_-

ยังจำได้อยู่เลยว่าน้องแอร์(ที่ออฟฟิศเก่า MovieSeer) บอกเราว่า กล้องน่ะ ถ้าชอบอันไหนก็ซื้ออันนั้น
ซื้อแล้วก็ไม่ต้องไปคิดอะไรต่อมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องราคา หรือว่าเปรียบว่ารุ่นใหม่ๆที่ออกมาแล้วจะดีกว่าจะถูกกว่า(เพราะมันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ไปเรื่อยๆไม่มีที่สุด)
ถ้าหากเราซื้อมาแล้วเราใช้มันจริงๆจังๆ ไม่ว่าจะถ่ายภาพเก็บความทรงจำหรือถ่ายงานมันก็ถือว่าคุ้มแล้ว ซึ่งเราก็เห็นว่าจริง แล้วก็ยึดคติแบบนี้มาตลอด

กล้องตัวแรกของเราคือ Canon A95 ซื้อมาตอนก่อนจะไปนครวัด เมื่อสัก..6ปีได้แล้วมั้ง
ใช้มันสมบุกสมบันมาก ซ่อมไปหลายที CCD เจ๊ง นู่นนี่เจ๊ง ซ่อมจนทุกวันก็ยังใช้ได้อยู่ (วัชใช้ถ่ายงานของออฟฟิศ)
ตัวนี้เราก็คงใช้มันสมบุกสมบันเหมือนกัน (เป็นลูกแม่ต้องอดทนนะลูก เอิกๆ)

โฉมหน้าลูกสาว (สีเข้ากะสีเล็บแม่มันมาก)
ถ้ามีตังค์เมื่อไหร่แม่จะซื้อแว่นใหม่ให้นะลูกนะ

MyGF1

ปล.ตอนกลับมานั่งที่ร้าน To-Sit (ขณะนั้นยัง 3-0) ก็เกิดหม้อแปลงระเบิดสะเด็ดไฟลงมาโดนรถเวสป้าที่จอดอยู่ รถเลยระเบิดไปด้วย ไฟไหม้หน้าร้านให้พอระทึกเล็กน้อย
ไฟดับทั้งร้าน เลยกลับบ้านกันไปแบบงงๆ (สุดท้ายก็4-0) ตังค์ก็ไม่ได้จ่ายเค้า เพราะเค้าคิดเงินไม่ได้
นึกในใจว่า อะไรวะ แค่อาร์เจนแพ้4-0หม้อแปลงถึงกับรับไม่ได้ ต้องระเบิดตัวเองเลยเรอะ -_-

Posted in Nothing | No Comments »

เห่อ

June 27th, 2010 by site admin

ไปทำงาน event ที่เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ
เดินผ่านแผนกกระเป๋าสตรีเพื่อไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างทางเกิดสติแตกไปเจอ SALE เห็นอันนั้นก็ดีอันนี้ก็อยากได้
แล้วตัว organizer แบบที่ใช้แทนกระเป๋าตังค์ ที่เราใช้มาตลอดมันไม่ค่อยมีทำแบบบางๆแล้ว มีแต่แบบหนาๆ
แถมซองใส่ของก็ไม่มี ดูมาหลายรุ่นแล้ว ปีก่อนเลยเปลี่ยนเป็นใช้กระเป๋าตังค์แบบชาวบ้านเขา
ประกอบกับชอบแบรนด์ Lollipops มาก เล็งมานาน
รักพี่เสียดายน้องอยู่หลายแบบหลายทรง สุดท้ายได้ใบนี้มา เลือกอยู่นานมากระหว่างสีดำกับน้ำเงิน
พอลองใช้แล้วถึงพบว่า…ทำไมตรูไม่ซื้ออีกทรงนึงวะ อันนี้มันไม่จุเลยอ่า แง่มๆ -*-

Posted in Nothing | No Comments »

Updates

June 23rd, 2010 by site admin

- Upgraded WordPress เป็น 3.0 จากเวอร์ชั่นเต่าล้านปีเมื่อครั้งสมัยไหน
- ใช้ smartphone กับเขาแล้ว โดยซื้อ iPhone 3Gs มา หลังจากนั้นไม่นาน 4G ก็ออก แต่คงไม่เปลี่ยนละ
- ใส่คอนแทคเลนส์กับเขาได้แล้ว แต่พยายามไม่ใส่บ่อยเพราะว่ารู้สึกมันทำให้เส้นเลือดฝอยในตาแดงขึ้นและกระจายตัวมากขึ้น
- น้ำหนักเลย 50kg แบบไม่ยอมลงมาเกิน2ปีแล้ว
- เดือนที่ผ่านมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปรวมแล้ว หมื่นหก
- ลูกพี่ลูกน้องที่สนิทกันเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ลามไปต่อมน้ำเหลืองแล้ว
- กำลังจะทำประกันสุขภาพ
- เมื่อปีที่แล้วจะไปเนปาล แต่บริษัททัวร์ยกเลิกเพราะจำนวนคนไม่พอ ปีนี้กะัว่าจะไปทิเบต แต่ดูรายจ่ายจากสุขภาพแล้ว ต้องยกเลิกแน่ๆ
- เมื่อเดือนที่แล้วเกิดความคิดจะซื้อคอนโด แต่พอเกิดความไม่แน่นอนหลายอย่างในชีวิตขึ้นมา ตอนนี้ล้มเลิกความคิดไปแล้ว
- ยังทำงานอยู่ที่เดิม ไม่มีวี่แววเรื่องจะได้เปลี่ยนงานใหม่
- มีเรื่องครอบครัวต้องคิดมากขึ้น
- เลยจะคิดเรื่องงานให้มันน้อยลง
- เคยไปเรียนภาษาจีนได้ 1 คอร์ส แต่เนื่องจากต้องเดินทางไปทำงาน ตปท. แทบทุกเดือนตั้งแต่มกราเป็นต้นมา เลยทำให้พับโครงการไม่ได้สานต่อ ตอนนี้ไม่ได้ไปไหนแล้ว(อีกทีก็กันยา) กำลังว่าจะปัดฝุ่นใหม่
- ไม่ซื้อกล้องละ
- เพื่อนในรุ่นป่วยเป็นเบาหวานสองคนติดๆกัน
- ข้อเข่าเจ็บทั้งสองข้าง กระดูกอ่อนอักเสบ ต้องกินยาและเลิกใส่ส้นสูงไปสามสี่เดือน
- บันทึกเดินทางทำงาน 2010 : มกรา – HK/Shanghai,  มีนา – Malaysia/Indonesia, เมษา – Philippines, พฤษภา – Singapore อันหลังนี่ไปป่วยที่นู่นเสียค่าหมอไปแปดพันกว่า
- ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ
- เลิกใช้ FireFox มาใช้ Chrome แทน
- รู้แล้วว่าตัวเองต้องการอะไร แต่ยังไม่รู้ว่าทำยังไงจะได้มันมา

แค่นี้ก่อน

Posted in Nothing | 2 Comments »

When I wanted sunshine I’ve got rain

April 25th, 2008 by site admin

พรุ่งนี้เช้า(มืด)ไปเชียงราย ยังไม่ได้เก็บของตามเคย
รีบเร่งออกจากออฟฟิศเพื่อกลับมาเก็บของ จะได้กลับไปทำงานต่อแล้วก็เลยไปเลย
กะว่าคงไม่นอน เพราะุถ้านอนแล้วไม่มีทางตื่นแน่ๆ ตีสี่เนี่ย
คนจัดโปรแกรมมันนัดมาได้ไงเนี่ย เจอกันตีห้า -_-

ถึงรถไฟฟ้าพระโขนงแล้วก็เดินอ้อยสร้อย กะว่าขอแวะสั่งกาแฟร้าน Sweet Guilt ซะหน่อย
ร้านนี้อยู่ตรงใต้บีทีเอสพอดี กาแฟน่าจะอร่อยเพราะเป็นร้านของเทือกๆ FOFOFOF (Friend of friend of…) เพื่อนบอกว่ากาแฟร้านนี้ดี
เราอยู่แถวนี้มาตั้งนานก็ไม่ยักกะมีกาแฟอร่อยๆมาให้กิน พอจะย้ายเข้าหน่อย ก็มีมาเปิดกันใหญ่ -_-
สั่งกาแฟแล้วก็นั่งรอ มองผ่านกระจกหน้าร้านออกไป พร้อมกับคิดว่าอากาศข้างนอกมันอบอ้าวน่าดูเลยเน้…
พอได้ถ้วยกระดาษ cappuccino ร้อนหอมๆมาไว้ในอุ้งมือก็จ่ายกะตังค์แล้วก็เดินออกจากร้านฉับๆ

เดินออกจากประตูร้านมาได้ไม่เกิน 10 เมตร
ก็เริ่มมีอะไรเปียกๆแปะๆหยดแหมะๆมาตามแขน ตอนนั้นคิดว่า แหม่ใครนะช่างเอาน้ำสาดลงมาได้
ทำเอาเข้าใจว่าฝนตกนะนี่…

หลังจากนั้นก็มีเสียงซู่ๆๆตามมา รู้ตัวอีกทีคือเปียกไปทั้งตัว ฝาปิิดถ้วยกระดาษก็เอ่อไปด้วยน้ำฝน

….

หมดกันกาแฟฉัน ตอนนี้กลับไม่ได้ไปไม่ถึง เลยวิ่งๆไปหลบใต้ชายคา
ฝนตกจริงๆ และ หนักมากกกกกก

อะไรกันฟละ ชั้นกลับบ้านก่อนทุ่มแค่นี้ทำเป็นฝนตกฟ้าร้องเรอะงาย(เหอๆ)
จะเรียกแท็กซี่ก็ไม่ได้ มอเตอร์ไซค์ก็ไม่มี
สุดท้ายไหนๆก็ไหนๆ เปียกยังงี้ก็ลุยไปเลยแล้วกัน
นั่งมอไซค์กลับมา เยินไปทั้งตัว

ส่วนกาแฟน่ะเหรอ….น้ำฝนลงไปค่อนถ้วยละมัง ทำเอาจืดไปเลยเชียว

สรุป อร่อยป่าวไม่รู้

Posted in Nothing | 3 Comments »

วันคล้ายวันเกิด(คล้ายมากจริงๆ)

January 21st, 2008 by site admin

นั่งถ่างตาปั่นๆๆ IS(Independent Study) อย่างทุกข์ทรมานทั้งคืนวันศุกร์
นอนตอนใกล้เช้าไปแค่สองชั่วโมงแล้วก็ไปเรียนต่อ เรียนแล้วก็กลับมานั่งปั่นต่อจนดึก
เพื่อให้มันได้เนื้อหาที่ควรจะเสร็จ มากที่สุดเท่าที่ทำได้
แม้จะรู้ตัวดีว่าคุณภาพงานไม่ได้เรื่องเลย ต้องทำใจกับผลที่จะตามมา
แต่ก็นะเราไม่สามารถจะทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันได้แล้วตอนนี้
บอกได้คำเดียวว่าเหนื่อย อายุมากขึ้นแล้วก็อย่างนี้แหละ
ใครไม่แก่ไม่รู้หรอก ต้องแก่ก่อนนะแล้วจะเข้าใจ อิอิ
หลังจากส่งเมลล์ให้เหล่าคณาจารย์ ผู้แสนจะมีน้ำอดน้ำทนกับพฤติกรรมของเราเรียบร้อยแล้ว
ก็กลับห้องนอนสลบเหมือด ปลุกนาฬิกาไว้ตีห้านิดๆ
มีนัดทำบุญกันกับเพื่อนๆเนื่องในวันคล้ายวันเกิดที่โรงพยาบาลสงฆ์ ตอนหกโมงเช้า

แล้วมันก็เหมือนแค่2นาทีผ่านไปเองง่ะ ได้เวลาตื่นแล้ว แงๆ
ลุกจากเตียงด้วยความมึนๆหัวเล็กน้อย เพราะนอนน้อยติดกันหลายวัน
แจ้นขึ้นพี่แถก(แท็กซี่นะแหละ)ไปโรงบาลสงฆ์ พี่แกเหยียบซะจนเราคิดว่าจะตายก่อนถึงหรือเปล่าเนี่ย
ไปถึงก่อนตั้ง15นาที เพราะนาฬิกาเราดันเร็วไป15นาที(ไม่รู้ตัว)
นั่งรอเพื่อนๆไปก็สัปหงกไป คร่อกๆ

มีคู่บ่าวสาวหลายคู่ที่มาแต่งงานกันที่นี่ นัยว่าได้ทำบุญเลี้ยงพระไปด้วย
ก็ต้องมาแต่ไก่โห่ยังงี้เหมือนกัน เห็นคู่แต่งงานที่แต่งตัวแต่งหน้าสวยงามมาถึงแต่เช้ามืดยังงี้
ให้สงสัยว่าเค้าตื่นกันกี่โมงเนี่ย หรือว่าไม่ได้นอน

แล้วเจสก็มาพร้อมกับรถไร้ท่อไอเสีย เพราะเธอทำท่อไอเสียหลุดหล่นหายไปเมื่อวันก่อน
ได้ความรู้ใหม่ว่า แม้ไม่มีท่อไอเสียมันก็ยังวิ่งได้
อืม แต่เสียงมันแว้นๆมากๆ วันนี้เจสเลยเป็นเด็กแว้นไป

สุขสันต์วันเกิดเจสพอเป็นพิธี ด้วยการเดินวนพันแข้งพันขาเป็นเลข8
แล้วช่วยกันขนของขึ้นรถเข็น ได้เจอคุณนก IamMarด้วย เห็นชื่อในไดอารีเจสหลายทีละ
วันนี้ก็มีเหตุงานบุญให้ได้เจอกัน แถมโลกกลมอีก เพราะคุณนกเค้ารู้จักกับน้องๆจากที่ทำงานมิงกุ
โลกนี้มันแคบจริงๆหรือว่าพวกเรารู้จักกันอยู่แค่นี้เนี่ย

ขนของขึ้นรถเข็นไปชั้น4แล้วก็เริ่มถวายสังฆทานได้เลย
คราวนี้ไม่มีพี่เลี้ยง(พนักงาน)คอยแนะนำแล้ว
ก็ไม่มีอะไรมาก จะมีเตียงของพระท่านอยู่ เวลาที่จะถวายนี้เป็นเวลาเดียวกับฉันท์เช้า
แต่ละเตียงจะมีถาดอาหารอยู่ ก็เอาสังฆทานไปวางบนถาด
แล้วก็มานั่งยองๆพนมมือรอรับพรเวอร์ชั่นสั้น

กระจายกันถวาย

เห็นใจพระท่านอยู่เหมือนกัน ตรงที่ท่านก็ไม่ได้อยู่ในสภาพเต็มร้อยอะนะ(ก็ไม่สบายนี่นา)
แต่ก็ต้องลุกมารับสังฆทานที่มีคนมาถวายแล้วก็ให้พรเป็นชุดๆไป
ก็รีบๆถวายแบบเกรงใจๆ เสร็จไปอย่างรวดเร็ว 99 ชุด
อนุโมทนากับผู้ที่ร่วมทำบุญด้วยกันครั้งนี้ด้วยเด้อ
ยังไม่7โมงเช้าดีก็เสร็จแล้ว ไปจองของปีหน้าไว้แล้วก็คิดว่าไปปล่อยปลาดีกว่า
ไปซื้อที่ตลาดซันเดย์เหมือนเดิม เอาลูกปลานิลที่เค้าเลี้ยงไว้ให้ปลามังกรหรือปลาตู้ตัวใหญ่ๆกิน
รวมๆแล้วก็ประมาณ 3000 ตัวได้ ยัดใส่รถไปสวนรถไฟ

ปล่อยปลาๆ

ถ่ายกับเจส
วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดเจส ส่วนของเราวันอาทิตย์หน้า เราเกิดห่างจากเจสอาทิตย์นึงพอดี
ตั้งแต่ปีที่แล้วเราก็เริ่มติ๊ต่างว่าวันนี้ก็คือวันเกิดเรา(ขี้เกียจไปเกิดคนเดียวอาทิตย์หน้า จะเกิดพร้อมกันกับเจสวันนี้อ้ะ)
จะได้มีเืพื่อนไปทำบุญ ไปกิน ไปแก่(เข้าปีต่อไปของชีวิต)ด้วยกัน

ก็..สามสิบแล้วสินะ
เราไม่ได้ตื่นตระหนกว่า ตายแล้ว..อายุ30แล้ว แก่ๆ เหี่ยวๆ ขึ้นคานๆ อะไรแบบนี้หรอกนะ
เพราะอันนั้นมันก็เป็นของมันอยู่ตั้งนานแล้ว ไม่ต้องรอวันที่ขึ้นเลข3
แต่ใจหายว่า ไม่เห็นมันมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ไม่ว่าในด้านไหนของชีวิต ผ่านไปแล้ว30ปี
แต่พูดไปตอนนี้ไม่ได้อะไรขึ้นมาแล้ว มันผ่านไปแล้วน่ะนะ
เราต้องหัดนึกถึงเรื่องที่มันนึกไปแล้วไม่ได้อะไรให้มันน้อยลง อิิอิ

ปล่อยปลาแล้วก็หาไรกินในตลาดแถวสวนรถไฟ ซึ่งของกินเยอะดี ชอบๆ
ออกจากสวนรถไฟแล้วไปบริจาคโลงศพกันต่อที่วัดหัวลำโพง
เหตุการณ์ช่วงนี้กีบจำไม่ได้ เพราะหลับไปตลอดทาง
ไม่ได้ลงไปด้วย นอนแหมะอยู่หลังรถ

เริ่มปวดหัวมากขึ้น กลับห้องนอน นอนแล้วมันก็ยังไม่หาย ก็กินยาแล้วก็นอนเข้าไปอีก
สลบไสลไม่ได้สติ จนพิทโทรมาปลุก รู้สึกว่าหายปวดหัวแล้ว ก็เลยออกไปดูหนังกันที่เซ็นทรัลเวิลด์
กินมอสเบอร์เกอร์ ก็โอเค รสชาติเรื่อยๆ ใช้ได้
แต่มันคงเวิร์คกว่านี้ถ้าเป็นเนื้อ ซึ่งเราก็เลิกกินแ้ล้ว
ดังนั้น คงไม่กินอีกเป็นครั้งที่สอง อิอิ

ดูหนังกันที่อีจีวีเมโทร หนังจบ แยกย้าย กลับบ้าน สะไก๊ พิมพ์ไอ้นี่ (จะ)นอน

หมดไปแล้ว 30 ปี ยินดีต้อนรับปีที่ 31 ของชีวิต
รบกวนช่วยผ่านไปแบบสโลว์โมชั่นนิดนึงนะคะ
มันเอ็นจอยชีวิตไม่ทันน่ะ

Happy Birthday to me

Posted in Nothing | 8 Comments »

« Previous Entries