About the Site:

  • kipkipkip is back in action!

About Me:

  • Write about yourself here

Categories:


ปวดนิ้ว

August 26th, 2008 by site admin

เป็นไรกับนิ้วก้อยข้างขวาไม่รู้ ปวดมาเป็นอาทิตย์แล้ว

หรือว่าเพราะตั้งแต่เราเปลี่ยนมาใช้แมคบุคเต็มตัวแล้วมันไม่คุ้นกับคีย์บอร์ด

ทำให้นิ้วก้อยข้างนั้นมันค้างไว้อย่างไม่รู้ตัวจนมันปวด?

หรือว่าเพราะซองiPod nanoอันปัจจุบันมันไม่เวิค?

เราเล่นเกม Klondikeบน iPod nano มากเกินไป?

(ระหว่างที่เล่นนิ้วก้อยมันจะต้องดันฝาซองไว้ไม่ให้ปิดลงมาทับหน้าจอ)

แต่หลังๆก็ไม่ได้เล่นแล้วนะ

งง ปวดมากนานแล้วนะเนี่ย

Posted in Uncategorized | 1 Comment »

[ เลห์ ] ทริปนี้ท่านได้แต่ใดมา

August 24th, 2008 by site admin

How can one prevent a drop of water from ever drying up ?

ประโยคข้างต้นมาจากหนังที่เรามีโอกาสได้ดูเมื่อต้นปี 2546 เรื่อง Samsara

ที่ต้องใช้คำว่า”มีโอกาส”ด้วยความที่ ถ้าหากหนังเรื่องนี้ไม่ได้ คริสตี้ ชุง
(ที่ก่อนหน้านั้นได้แสดงเป็นคุณบุญเลื่อง จาก จัน ดารา) แล้วล่ะก็
หนังเรื่องนี้คงไม่ได้เข้ามาฉายบ้านเรา
เพราะผู้นำเข้าอาจคิดไม่ตกว่าจะเอาจุดไหนของหนังมาเป็นจุดขาย ดึงดูดใจให้เราๆท่านๆไปดูดี

Samsara เป็นเรื่องของการเดินทางแสวงหา ค้นหาความหมายของสัจธรรมแห่งการมีชีวิตอยู่ของชายหนุ่มผู้หนึ่ง
หนังไม่น่าจะโดนใจคนหมู่มากด้วยประเด็นที่นำเสนอ ตัวหนังหลายๆคนดูแล้วอาจไม่มีอะไรติดใจกลับมาขบคิดนึกถึง ดูจบแล้วก็ผ่านไป
แต่ไม่ว่าคุณชอบหรือไม่ชอบหนังเรื่องนี้ก็ตาม
สิ่งที่คุณจะต้องตื่นตะลึงและติดตาไม่ลืมคือ สภาพภูมิประเทศแสนยิ่งใหญ่ตระการตาของ Ladakh แคว้นๆหนึ่งในประเทศอินเดีย

ตอนที่เรานั่งดูหนังเรื่องนี้ต้องถึงกับอุทาน(ในใจ)เป็นระยะๆ เพราะเป็นสถานที่ๆสวยเสียจนเหมือนไม่ได้อยู่ในโลกจริง
ตัวหนังเขาว่า Samsara แปลว่า “โลก” ถ้าจำไม่ผิดผู้กำกับเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า
หากจะมีสถานที่แห่งไหนที่สามารถสื่อถึงความเป็น”โลก”ได้ เขานึกถึงที่นี่..

หลังจากนั้นเราก็เริ่มรู้จัก ลาดักห์ และ เลห์และเริ่มหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต

ปีนี้ได้โอกาสที่สบกันพอดีทั้งวันหยุดและงบประมาณ(ที่ก็ยังต้องไปเอาเงินในอนาคตมาใช้อยู่บ้าง)
จึงตัดสินใจว่าจะไป (แทนที่เปรู ซึ่งกลายเป็นความฝันสุดเอื้อมเนื่องจากราคาน้ำมันเป็นเหตุ)

หลังจากหาข้อมูลทัวร์และอะไรต่อมิอะไรแล้วเราก็ตัดสินใจจองทัวร์
กับบริษัทที่คิดว่าน่าจะถูกจริตกันมากที่สุด จ่ายเงินมัดจำและทั้งหมดไปเสร็จสรรพ
ก็ปรากฏว่าทัวร์ออกไม่ได้เนื่องจากจำนวนคนในทริปไม่พอ

ทำให้ต้องเปลี่ยนแผนหาทัวร์ใหม่ แต่ไม่ว่าจะหากี่ทีๆก็ต้องลงเอยด้วยความผิดหวัง
จำนวนคนไม่พอจะออกทริปได้กันทุกรายไป
ระหว่างหาทัวร์อยู่นี้ ก็ได้พยายามทางอื่น เช่น อะแฮ่ม..
หน้าด้านขอไปแจมกะทริปส่วนตัวของคนอื่นๆที่เขาจะไปกัน
ก็มีไว้สองสามทางเลือก แต่ก็มียกเลิกกันไปๆมาๆ อีกหลายครั้ง
จนแทบจะหมดความหวังว่าจะได้ไป แล้วก็ต้องเลือกว่าจะตัดใจไม่ไปแล้ว
หรือจะเดินทางไปมันคนเดียวเลยดี

แล้วเราก็ได้รับโทรศัพท์จากคนที่เคยคุยๆกันไว้ เขาติดต่อมาว่ายังสนใจหรือเปล่า
ตอนนี้คนเขาขาดไปเพราะคนที่บอกว่าจะไปตอนแรก เกิดเหตุจำเป็นไปไม่ได้แล้ว
เราก็เลยแจมไปแบบนาทีสุดท้าย
กว่าจะหาตั๋วออกตั๋วทั้งภายในประเทศ และระหว่างประเทศได้ก็เล่นเอาลุ้นจนเหนื่อย
สุดท้ายก็ไปทำวีซ่า ออกตั๋วมาเรียบร้อย เหลือแค่แพคของและเดินทาง..

ขั้นตอนก่อนหน้านี้ว่าดราม่าและวุ่นวายสับสนวนไปมาแล้ว
หลังจากนี้สิ คงยิ่งกว่า…
มีเวลาเก็บของจริงๆแค่ไม่กี่วัน ไม่ต้องถามเรื่องเตรียมตัวไปที่สูงขนาดนั้น
(เลห์อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง3000กว่าเมตรนะ)
แถมยังต้องเคลียร์ทั้งงานประจำและงานฟรีแลนซ์ โอ๊ย…
หึหึหึ…เดี๋ยวก็รู้ว่าหมู่หรือจ่า

Posted in Uncategorized | No Comments »

รุ้งกินน้ำ

August 18th, 2008 by site admin

ฟ้ามืดแล้วมีฝน

หลังฝนมา ฟ้าก็จะใส

เผลอๆก็ได้เห็นรุ้งกินน้ำอีกต่างหาก

วันนี้รุ้งมาสองตัว

เป็นโค้งใหญ่ๆเห็นชัดแจ๋วมาก สวยจริงๆเ้ลยน้อ ยิ่งถ้าอยู่บนที่สูงไม่มีตึกบังคงได้เห็นทั้งครึ่งวงกลมสวยกว่านี้

มีใครเห็นบ้าง รุ้งกินน้ำสองตัวบนของฟ้ากรุงเทพฯเมื่อเย็นวันเสาร์ที่16ที่ผ่านมา

เราเอามืือไปชี้ๆด้วย นิ้วจะด้วนมั้ยเนี่ย ;p

อยู่นานเหมือนกันนะ แต่หน้าต่างที่ตึกเป็นแบบบานกระทุ้ง เปิดออกไปถ่ายตรงๆไม่ได้ นี่ยื่นแขนอ้อมไปถ่ายเอา

สวยๆๆๆ เห็นแล้วอารมณ์ดี

พอรุ้งกินอิ่มแล้วรุ้งก็ไป

เหลือไว้แต่ท้องฟ้าสีอมส้มเช่นนี้

และอมม่วงเช่นนี้

เป็นวันเสาร์ที่ฟ้าสวยมากๆ คงเพราะคืนที่ผ่านมาฝนตกหนักนั่นเอง..
No rain, no rainbow สินะ.. ^ ^

Posted in Uncategorized | No Comments »

ภูเก็ตหรรษา(1)

August 1st, 2008 by site admin

หลังจากตรากตรำทำงานหนักต่อเนื่องมาหลายเพลา พวกเราก็ได้โอกาสไปพักผ่อนสมองชาร์จแบตกันซะที
ทริปภูเก็ตนี้เกิดเพราะว่าพวกเราเห็นรูปรีสอร์ทสวยๆ ที่เจ้านายไปพักมาเมื่อเดือนเมษาแล้วเกิดอาการ(อิจฉา)อยากไปบ้าง
พอเจ้านายบอกว่าสามารถเอื้อเฟื้อที่พักให้ฟรีได้ ทุกคนก็ไม่มีใครรีรอจองตั๋วเครื่องบินกันแทบจะเดี๋ยวนั้นเลย
งานการสามารถทิ้งไว้ก่อนได้ ถ้าได้ที่พักระดับนี้มานอนเล่นเย็นใจฟรีๆเนี่ย อิอิ

ไปกันหมดทั้งออฟฟิศ ก่อนจะไปก็เคลียร์งานวุ่นวายสารพัด เพราะเรามีแจกตั๋วหนังแบทแมนฟรีก็เลยต้องอยู่เคลียร์กัน
(แถมกีบยังดู The Dark Knight ไปสองรอบติดภายในวันเดียวอีก) มัวแต่ทำงานและดูหนังก็เลยไม่ค่อยได้เตรียมตัวอะไรเลย
กลับมาถึงห้องก็กวาดของลงกระเป๋าพรวดๆ แค่ที่ชาร์จแบตของกล้องเล็ก กล้องใหญ่ มือถือ คอม ก็ปาเข้าไปหลายโลแล้วมั้ง
กวาดลงกระเป๋าหมดแล้วก็ต้องนั่งทับมันเพื่อให้รูดซิบปิดกระเป๋าได้ เสร็จแล้วก็นอนคร่อกไปตอนตีหนึ่ง

ตื่นขึ้นมาตอนตีห้าครึ่ง (ไม่ชอบเล้ยยยยย เดินทางแต่เช้าเนี่ย) รอวัชนั่งแท็กซี่มาแล้วก็ไปสุวรรณภูมิกัน
ถึงสนามบินก็พอดี รอมากันพร้อมหน้าก็เช็คอิน โหลดกระเป๋า
ตั๋วเครื่องบินนี่ซื้อหนึ่งแถมหนึ่งด้วยนะ เป็นทริปที่ถือว่ากะเอาคุ้มสุดๆ ที่พักฟรีตั๋วเครื่องบินก็จ่ายมันแค่ครึ่ีงเดียว -_-
บินแป๊บๆก็ถึงภูเก็ต อยู่บนเครื่องกัปตันบอกอากาศดียังงั้นยังงี้ พอล้อแตะรันเวย์เท่านั้นแหละ ฝนตกโครมๆๆๆๆ (ก็กะแล้วว่าต้องยังงี้)

เครื่องลงแล้วก็มองหารถตู้ที่จองไว้ ขึ้นรถแล้วเราก็ไปหาอะไรกินกันเลยยยยย
(กองทัพเดินด้วยท้อง)

พี่เค้าจองรถตู้ไว้วันละสองพันแปดหรือไงเนี่ยแหละ ไม่รวมน้ำมัน (ทำไมมันเหมือนแพงๆ ตอนไปเชียงใหม่เหมือนจะพันเจ็ด)
รถสภาพใหม่ดีมาก พี่คนขับก็อัธยาศัยดี บริการดีตลอดเส้นทาง พาไปหาร้านกินที่เราต้องการด้วย(อันนี้สำคัญ)
อะมากินกันก่อน เที่ยงนิดๆแล้ว หิวๆๆ เลี้ยวรถเข้าร้านนี้เลย ระย้า

ร้านนี้เป็นบ้านเก่า เจ้าของเขาเอามาปรับเป็นร้านอาหารสไตล์ย้อนยุคสมัยคุณแม่ยังสาว
หน้าร้านหลังร้านปลูกต้นไม้เขียวสบายตาชวนให้ใจร่มรื่น


น่ารักดีเนาะ
เข้าไปในร้านแล้วก็ถ่ายรูปเล่นกันระหว่างรออาหาร บรรยากาศร้านตกแต่งเหมือนบ้าน มีโต๊ะไม้และเฟอร์นิเจอร์แบบสมัยคุณแม่ยังสาว

รูปนี้น้องวัชถ่าย ขณะที่พวกเรากำลังหิวตาลายแทบจะกลืนผ้าปูโต๊ะรองท้อง
ตอนนี้มีจำนวนประชากรทั้งทริปอยู่หกคน สั่งกับข้าวมาเจ็ดอย่างมีดังต่อไปนี้


หมี่ลวกเส้นเหนียวนุ่มกินกับแกงปู(ไม่รู้แกงอะไร แต่ตักลงไปเจอแต่เนื้อปูแน่นๆ หวานๆเต็มไปหมด)
ส่วนตัวไม่ค่อยชอบจานนี้ เพราะว่ามันติดหวานไปนิด แล้วก็เป็นคนไม่ค่อยชอบกินแกงกะทิเท่าไหร่
และสะตอผัดกุ้ง ที่ไม่รู้รสเป็นไงเพราะไม่กินสะตอ เห็นสีสันแล้วรู้สึกว่าจะแซ่บเอาเรื่อง คนอื่นๆที่กินก็ติดอกติดใจชมไม่ขาดปาก

จานโปรดของทุกคนคืออันนี้ น้ำพริกกุ้งเสียบ ที่เพราะอะไรจึงเรียกชื่อว่ากุ้งเสียบก็ไม่รู้เหมือนกัน
เป็นน้ำพริกรสปานกลางไม่เผ็ดมาก ออกคล้ายๆพริกเผาแต่ไม่มันและไม่หวานเท่า เวลาจะกินต้องบีบมะนาวราดลงไป
จะได้รสกลมกล่อมพอดีมีหวานปะแล่มๆเล็กน้อย กุ้งกรุบกรอบเคี้ยวง่าย กินกับผักลวกและถั่วงอกดอง(ที่เราก็เพิ่งเคยเห็นถั่วงอกที่ใหญ่ขนาดนี้)
พี่ๆติดอกติดใจซื้อกลับกันคนละกระปุกสองกระปุก

ปลาหมึกทอดกระเทียม เนื้อหยุ่นๆเด้งๆ อร่อยดี ส่วนจานกลางคือแกงส้มตูน(เอ๊ะหรือบอนหว่า)ที่รสดีซดแล้วเพลินจนลืมไปเลยว่ามันเผ็ด
ริมขวาสุดคือแกงเลียง อันนี้เราว่าน้ำแกงอ่อนความเข้มข้นไปนิด เลยทำให้รสมันแผ่วๆกลางๆ กินเข้าไปแล้วรู้สึกว่าไม่รู้จะรู้สึกเผ็ด เปรี้ยว หรือ เค็มดี

ขาดไม่ได้เลยจานนี้ ไข่เจียวกากหมู ไข่หนาฟูกรอบนอกนุ่มในกัดลงไปเจอกากหมูกรอบๆ อ๊ากกกกกกก

สภาพหลังสมรภูมิ เป็นตัวยืนยันรสชาติได้อย่างดี พออิ่มแล้วเราก็ไปต่อ
ตอนแรกก็อยากจะไปหาถนนเส้นที่มีตึกรามบ้านช่องเก่าๆสวยๆถ่ายกัน
ปรากฏว่าพอไปถึงเข้าจริงๆแดดมันร้อนแรงจนสู้ไม่ไหว ถ่ายได้คนละแกร๊กสองแกร๊กก็ต้องคลานกลับมาซบอกแอร์ในรถแวน
พี่โอเลยบอกจะพาไปนั่งกินกาแฟตากลมชมวิวกันแถวเขารัง พวกเราก็ว่าไงว่าตามกัน ยิ่งอยู่ในอารมณ์ต้องการคาเฟอีนด้วยแล้วที่ไหนก็ไปค่ะพี่

เขารังคือ….ที่ไหนไม่รู้สักที่บนเกาะภูเก็ต (ระหว่างทางไปกีบหลับ) อยู่บนเขา(แหงสิ)
แต่ไปถึงแล้วก็ต้องเดินลงนิดหนึ่ง ลงไปตามทางแบบนี้

เดินลงไปก็แวะถ่ายรูปไป พลางคิดว่านี่มันทางเดินเข้าร้านกาแฟจริงหรือนี่ เหมือนเดินเข้ารีสอร์ทกลางป่า
ร่มรื่นดี ต้นไม้เขียวๆเบียดเสียดขึ้นเต็มไปหมด เราไม่รู้สึกร้อนเพราะแสงแดดที่ลอดลงมาเลยสักนิด

ก็เล่นเขียวซะขนาดนี้

เดินมาถึงร้านกาแฟแล้วเจอวิวแบบนี้…

เก้าอี้จัดเป็นแบบนี้ บนระเบียงที่มองออกไปเห็นวิวเมืองภูเก็็ตกับทะเล ข้างบนเป็นซุ้มต้นไม้

นั่งกินลมชมวิวสบายใจ ลมเย็นสบายมากๆๆๆๆ

สั่งกาแฟมาแกล้มวิวหน่อย ลมเย็นเกินเดี๋ยวหลับ

รสชาติก็เรื่อยๆอะ เหมือนกาแฟสดทั่วๆไปมั้ง
นั่งไปนั่งมามีตัวนี้มาช่วยกินขนมบนจาน ยืนยันได้ว่าร้านกาแฟนี้ใกล้ชิดธรรมชาติจริงๆๆ

จู่ๆโผล่มาจากไหนไม่รู้ วิ่งปราดเข้าหาจานเฉยเลย ลอยหน้าลอยตากินมากๆ
นั่งถ่ายรูปเล่นไปมากันสักพักใหญ่ๆ ก็ได้เวลาเคลื่อนพลไปไหว้พระไหว้เจ้าเพื่อความเป็นศิริมงคลกันหน่อย

วัดที่พี่โอพาไปคือวัดฉลอง เป็นอีกวัดที่มีความสำคัญสำหรับชาวภูเก็ตมาช้านาน(ขออภัยตอนที่เขาเล่ากันว่าสำคัญยังไง กีบก็หลับอีกแล้ว)
เข้าไปจุดธูปเทียนไหว้พระแล้วก็ออกมาเดินดูบริเวณวัดรอบๆ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะแดดมันร้อนนนนนนนน มากๆๆๆๆ
แทบไม่มีกะใจยกกล้องขึ้นส่องอะไร อยากจะวิ่งกลับรถแวนตากแอร์อย่างเดียว

อะ..ซ้าย FM10 ขวา D300 อิอิ

ออกจากวัดฉลองก็มุ่งหน้าไปแหลมพรหมเทพกัน(destination ยอดฮิต)
ไปถึงก็ร้อนตับแล่บแสบหน้าอีกแล้วค่ะ เพราะบ่ายยังไม่แก่ดีเลย
กีบถ่ายมาก็ติดอันเดอร์อีกต่างหาก ไม่รู้ตอนถ่ายนี่คิดอะไรอยู่ วัดแสงมั่วซั่วมากๆ
ตอนนี้ร้อนจนหน้าแสบไปหมด แต่ก็ยังอยากสนุกอยู่ มาทั้งทีนี่เนาะ

จุดสองจุดข้างบนนั่นคือ กีบทำฝุ่นหล่นลงไปโดนตัวเซ็นเซอร์รับภาพเจ้าค่ะ -_-”’
เบ๊อะกว่านี้มีอีกไหม

มาถึงภูเก็ตจริงๆนะมีแท่นๆข้างบนนี้ยืนยัน อิอิ


เมฆออกจะดราม่าแต่กีบมีปํญญาถ่ายมาง่อยๆได้แค่นี้อะ

ถ่ายเพื่อนเล่นละกัน

ลมแรงมาก หัวเหอกระจุยกระจาย 555
เริ่มแดดร่มลมตกเราก็เดินขึ้นไปด้านบนไหว้เจ้าที่เจ้าทางกันก่อนกลับ
มีบางคนอยากออกสลากกินแบ่งรัฐบาลบนแหลมพรหมเทพ ก็เลยมีการออกแบบท่าทางประกอบการออกเลขมากมาย
(ที่จริงคือป้ายที่เค้าบอกตัวเลขเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตก)

รู้สึกว่าหลังจากสองคนนั้นทำท่าทางพิลึกๆ ฟ้าฝนก็เกิดอาเพธขึ้นมาทันใด
ฝนทำท่าจะตกพวกเราก็เลยต้องรีบย้ายฐาน แต่ก่อนไปขออีกสักรูปสองรูปเหอะน่า

สองรูปล่างนี้มีคนแอบถ่ายเรา ภาพนึงจากกล้องฟิล์มอีกภาพจากกล้องดิจิทัลคอมแพค อันไหนเป็นอันไหนคงเดากันได้ไม่ยาก

จากนี้ก็ต้องระเห็จกลับที่พักแล้ว เพราะไม่งั้นเปียกแน่ๆ
ที่พักหะรูหะรา(แต่ฟรี)จะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

Posted in Uncategorized | No Comments »