About the Site:

  • kipkipkip is back in action!

About Me:

  • Write about yourself here

Categories:


5-6 กะปิ น้ำพริกโยะ คำพูน รองเท้า

March 5th, 2009 by site admin

วันพฤหัส:
สมควรแก่เวลาที่จะเอากะปิ(ชั้นดี) ที่ป้าเราอุตส่าห์แพคให้มาเป็นเดือนแล้ว กลับไปทำแกงอะไรกินสักอย่างเสียที
คือ..กะปินี่…มันสำคัญนะ โดยเฉพาะกับอาหารเหนือด้วยแล้ว
กะปิที่ใช้จะต้องเป็นกะปิดีๆหน่อย ต้องเป็นกะปิเค็มเท่านั้น
งงล่ะสิ คนเมือง(เหนือ)นี่ เขามีแบ่งชนชั้นกะปินะ เป็นกะปิเค็มและกะปิหวาน
แต่จะแบ่งยังไงนั้น อิชั้นก็มิอาจรู้ แต่จากประสปการณ์ทำอาหารแล้ว
ถ้าจะแกงจะตำน้ำพริกแล้วใช้กะปิหวานนี่ รสชาติออกมาเข้ารกเข้าพงไปเลย
กะปิเค็มจะรสดีกว่ามาก และ…ไม่รู้จะไปหาได้ที่ไหนในกทม. -_-’
เพราะไปตลาดหรือตามห้างก็จะเจอแต่กะปิกระป๋อง ที่เอามาทำแกงยังไงก็ไม่อร่อยถูกปากคนเมืองอย่างเราเอาเสียเลย
ป้าเราจึงลงทุนแพคกะปิเค็มรสดีให้มาตอนที่เรากลับบ้านครั้งล่าสุด

จะได้ฤกษ์เอากลับไปทำอะไรกินก็วันนี้แหละ

เลิกงานก็สองทุ่มครึ่งแล้ว เดินในซุปเปอร์วนไปมาคิดไม่ออกว่าอยากกินอะไรดี
ต้องไม่เสียเวลาทำมากนักด้วยเพราะวันต่อมาก็ต้องทำงานไม่อยากนอนดึก
ไปๆมาๆก็ลงที่น้ำพริกนี่แหละ อาหารประจำชาติที่อิชั้นขาดไม่ได้
ทำน้ำพริกโยะก็แล้วกัน (ชื่อน่ารักไหม)

ส่วนผสมก็ประกอบไปด้วย หมูสับครึ่งกิโล(แน่ใจนะว่าทำกินเอง) หอมแดง กระเทียม พริกขี้หนูสด ต้นหอมผักชี
แล้วก็ผักที่จะเอามากินแกล้มน้ำพริก ซึ่งก็ลงที่ผักยอดฮิตคือ ผักกาดขาวและแตงกวา
ได้ทั้งหมดแล้วก็หอบกลับมาเตรียมเครื่องปรุงแล้วก็โขลกๆๆน้ำพริก
กว่าจะทำเสร็จ เกือบตีหนึ่ง! -_-’
ชิมๆแค่พอหอมปากหอมคอ คงไม่กินแล้วคืนนี้ แพคไว้ไปกินที่ทำงานละกัน แล้วก็นอน

วันศุกร์:
ตื่นสาย เพราะนอนดึก แถมมี Conf. Call 9.30 กว่าจะหอบหิ้วน้ำพริกตาลีตาเหลือกมาถึงออฟฟิศก็ 9.30 พอดีเป๊ะ
ครึ่งเช้าไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากประชุม ไม่ได้แม้แต่จะเอาของและน้ำพริกออกจากกระเป๋า แบบพอวางปุ๊บ ยกหูโทร
แล้วเวลาก็หายไปครึ่งวัน กว่าจะประชุมเสร็จ
(ซึ่งผลการประชุมลงเอยด้วยการ สรุปอะไรตอนนี้ยังไม่ได้ ต้องพักก่อนแล้วไว้ประชุมใหม่อาทิตย์หน้า เจริญ -_-’)

กลางวันก็ลงไปซื้อกับข้าวมาชวนพี่ๆน้องๆในออฟฟิศกินกัน
เสียงตอบรับน้ำพริกโอเคนะ มีน้องบ่นว่าเผ็ด แต่คนอื่นๆก็บอกว่าอร่อยดี(ไม่รู้ชมจริงป่าว)

ทำงานไปก็มึนไป เหมือนมันยังปวดหัวค้างคาจากการนอนไม่พอติดกันสองสามวัน
ตอนเย็นเพื่อนที่ทำงานชวนไปกินข้าวที่ CTW แล้วก็จะช้อปรองเท้ากัน
(เรากะว่าคงไม่ช้อปเพราะเดือนที่แล้ว….เอ้อ อย่าไปพูดถึงมันเลย ไม่อยากนึกถึงบิลบัตรเครดิต >___<)

ไปกินร้านอาหารอีสานชื่อคำพูนตรงชั้น7 CTW ข้างๆโรงหนัง
เราว่ารสชาติสู้ Cafe Chilli ไม่ได้อะ แต่ก็นะ ราคามันก็ต่างกัน
ร้านนี้จะราคาไม่แพงมาก แต่ที่สั่งมาหกอย่าง เราว่าอร่อยสักสองเมนูได้มั้ง
หมูกะทงอะไรนี่ อร่อยดี หมูหมักนุ่มชุ่มซอสแล้วก็เอาไปทอด อร่อยๆ
ส่วนซุปหน่อไม้มันไม่อร่อยเลยง่า เพราะหน่อไม้ดองที่ยังมีกลิ่นและรสแปลกๆด้วยมั้ง

กว่าจะกินเสร็จก็จะสามทุ่มแล้ว ได้ข่าวว่ายังไม่ได้ไปซื้อรองเท้ากันเลย
เราปล่อยสองสาวเดินเลือกซื้อรองเท้าไป ส่วนเราไม่ได้กะว่าจะซื้ออะไรจริงจัง เลยดูผ่านๆ
ยังไม่มีอะไรโดนๆด้วย ก็เลยไม่ได้เสียตังค์ซื้ออะไร (เย้)

เมื่อก่อนเราเป็นคนมีปัญหาเรื่องรองเท้าอย่างมาก
เพราะตั้งข้อจำกัดให้ตัวเองเยอะ เช่น รองเท้าจะต้องใส่สบาย ใส่ได้ตลอดไม่ว่าเสื้อผ้าจะเป็นชุดไหน เพราะขี้เกียจเปลี่ยน
พยายามเลี่ยงรองเท้าส้นสูง เพราะไม่อยากเมื่อยเวลาต้องยืนเดินนานๆ
แล้วเราก็หารองเท้าที่มันตอบโจทย์ข้างต้นนี้แทบไม่ได้เลย มีอยู่ช่วงนึง เจอคู่นึงถูกใจมาก ใส่แล้วโอเค
ก็ไปซื้อมาอีกคู่เบิ้ลไว้รอมันพังเลย แล้วก็ใส่เหมือนเดิมสองคู่ติด เพราะสิ้นคิด ไม่รู้จะไปหาแบบไหนมาใส่ต่อดี

แต่แล้วก็มีจุดเปลี่ยน (เอ้อ เรื่องรองเท้าเราก็มี coming of age นะ)
เราพบว่า รองเท้าที่จะตอบสนองความต้องการของเราในคู่เดียวนั้น…..มันแทบไม่มีเฟร้ยยยย
เมื่อยอมรับความจริงได้ดังนี้ เราก็เปลี่ยนไป ประหนึ่งไขก๊อกสิคะ ทีนี้เจอคู่ไหนก็อยากได้ไปหมด ซื้อมาเต็มตู้ เอาซะเต็มที่เลย

ทุกวันนี้ไม่กล้านับว่ามีกี่คู่แล้ว ไม่สามารถรับความจริงว่ามีเยอะแล้วได้ เอิกกก

มีอยู่สองเรื่องในชีวิตที่เรากลัวพ่อแม่จะรู้มาก(เพราะกลัวโดนเพ่นกบาล)
ก็คือ เราแอบกินกาแฟแก้วละร้อย(ของสตาร์บัคส์และยี่ห้ออื่นๆ) แม่รู้เข้าคง….
และ เรื่องที่เรามีรองเท้ามากกว่าสามคู่ แฮ่…

จบ เรื่องรองเท้า น้องที่ออฟฟิศก็ได้กลับบ้านไปคู่นึง (หน้าตาเหมือนของเราที่เราซื้อไปก่อนหน้านี้ คือจะว่าไปเราก็ซื้อไปหลายแบบแล้วอะนะ -_-)
ใกล้สี่ทุ่มก็ได้เวลาสลายตัว เพราะเพื่อนเรามาจากเชียงใหม่แล้วจะมาค้างด้วย มาแกร่วรอที่พาราก้อนได้สักพักแล้ว
รีบเดือนเหงื่อตกกีบกลับมาหาเพื่อน กรุงเทพฯร้อนจริงๆ นี่ยังไม่หน้าร้อนเต็มสตรีมนะเนี่ย ไม่อยากจะคิด หงึยยยย
กลับมาถึงห้อง เพื่อนเกย์ก็มาเมาท์ด้วยจนถึงเที่ยงคืน แล้วก็แยกย้ายกันไปนอน
พรุ่งนี้จะไปดู Watchmen

Posted in Uncategorized | No Comments »

3-4

March 4th, 2009 by site admin

เมื่อวานไปดู Confession of a shopaholic กับจจ.(ผู้ซึ่งมาพร้อมกับ D90 ตัวใหม่)
หนังก็ดูได้เรื่อยๆตามประสา Chic Flick นางเอกน่ารักดี
เราเข้าใจความรู้สึกแบบดิ้นพราดๆ อยากได้รองเท้าและเสื้อผ้าสวยๆของผู้หญิงทั้งหลายดี อิอิ

จากดูหนังก็ไปนั่งกินจิ้มจุ่มบวกเมาท์กันไปอีกจนเกือบเที่ยงคืน
เราก็กลับห้องนอน ปรากฏนอนไม่หลับสนิทดีหรือยังไงไม่รู้
วันนี้ตื่นมาปวดหัวตึ้บมากๆ เดินก็เวียนๆหัว
มึนอย่างหนัก

Posted in Uncategorized | No Comments »

ฝนเดือนมีนาคม

March 2nd, 2009 by site admin

ไม่คิดว่าจะมีฝนหลงฤดูมาตกอะไรตอนนี้
เมื่อวานเย็นซักผ้าเสียดิบดี
วันนี้ฝนตกซะงั้น แถมมีฟ้าร้องด้วยนะเออ

ของเค้าแรงจริงๆ

****

เมื่อยขาโคตร เดินลงบันไดงี้ปวดวาบๆรู้เลยว่าใช้กล้ามเนื้อส่วนไหนไปบ้างเมื่อวาน
พรุ่งนี้กะว่าจะไปอีก อย่างนี้มันต้องถอนนนน เหอๆๆ

****

ประชุมทั้งเช้า มึนๆงงๆ เหมือนเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ สงสัยเมาไอ้น้ำหอมปรับอากาศที่ซื้อมาใหม่
กลับไปต้องทิ้งอย่างด่วน

****

คิดถึง พี่เอ แข เบยๆ พี่เป็ด จังเลย
พวกนี้เค้าจะคิดถึงเรามั่งป่าวนะ

Posted in Uncategorized | 2 Comments »

วันแรกของเดือนมีนาคม 2552

March 1st, 2009 by site admin

เราใช้เวลาสองเดือนแรกของปีนี้ไปอย่างรวดเร็ว นี่ก็จะหมดวันแรกของเดือนสามแล้ว
เพื่อไม่ให้รู้สึกว่า วันเวลาถูกหมาคาบสาปสูญหายเหมือนที่่ผ่านมาอีก
เราจะพยายามมาโน๊ตไว้ในนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตในแต่ละวันบ้าง
จะได้ไม่ต้องตกใจทุกสิ้นปีว่า 365 วันที่ผ่านมาตรูทำอะไรไปบ้างวะ
ทำไมไม่รู้สึกเหมือนมีเรื่องราวเป็นชิ้นเป็นอันแก่นสารกับชีวิตเลย

วันนี้ตื่นสายพอประมาณแล้วก็กินข้าวเที่ยงกับ my gayfriend ตามปรกติ
ที่ต่างไปจากทุกๆอาทิตย์ที่ผ่านมาคือ เพื่อนทนความอั๋นอวบกลมเป็นซาลาเปาวราภรณ์ของเราไม่ไหวแล้ว
ก็เลยจะลากเราไปฟิตเนส พร้อมทั้งคิดสูตรจำกัดอาหารลดอ้วนให้เสร็จสรรพ
ประมาณว่า : ต้องกินข้าวเช้า เพื่อให้เที่ยงไม่หิวโหยจนสวาปามทุกสิ่งอย่างเข้าไปมากเกิน
ต้องลดมือเย็นที่เป็นพวกทอด ย่าง แป้ง หมูย่างไก่ทอดอะไรงี้ มันก็ไม่ให้เรากิน
ให้กินพวกเกาเหลา ส้มตำได้แต่ห้ามมีไก่ทอดแถมเป็นต้น

วันนี้ก็เลยไปแคว้าวสีลมกัน(ใช่ค่ะ เจ้าที่เค้าด่ากันทั้งประเทศนี่แหละ แต่อิชั้นสมัครตลอดชีพไว้นานชาติแล้ว ก็ต้องใช้กันต่อไป)
ไปวิ่งวอร์มแป๊บๆ แล้วก็ไปเข้าคลาสแดนซ์กัน เป็นคลาสระดับกลางตอนแรกก็ไม่อยากเข้า กลัวเกะกะคนอื่น
แต่ว่ามันไม่มีคลาสอื่นในเวลานั้น ก็เลยมั่วๆเข้าไปเต้น
ก็เต้นแร้งเต้นกาสนุกสนานได้สักครึ่งชั่วโมง ก็ออกดีกว่า สงสารครูฝึก เดี๋ยวแกหมดกำลังใจ
ออกไปวิ่งต่ออีกพักก็กลับ ก่อนกลับแวะซื้อของที่เซ็นทรัลสีลม เป็นพวกกล่องดูดความชื้น กะว่าเอามาต่อสู้กับราที่ห้อง
ไม่รู้จะไหวหรือเปล่า
กลับมาสระผมร้านข้างล่าง ก็เลยให้เค้าม้วนผมให้กะว่าเปลี่ยนบรรยากาศ
แล้วก็ขึ้นมาซักผ้าต่อ เก็บของอีกนิดหน่อย แล้วก็โทรกลับบ้าน
แล้วก็รู้สึกไม่สบายใจตามเคย (เป็นคนปัญหาชีวิตครอบครัวเยอะ ปัญหาตัวเองไม่มีอะไรหรอก)

แต่วันนี้ก็เพิ่งเปรยกับเพื่อนเกย์ไปว่า เราจะไม่ทำให้ตัวเองทุกข์ระทมตรมเศร้าอีกต่อไป
เพราะเรารู้สึกว่าเราไม่สามารถจะรู้สึกดาวน์อะไรมากไปกว่านี้แล้ว
มันเหมือนมันลงไปจุดต่ำสุด ต่อมความระทมเรามันทำงานหนักจนเจ๊งไปแล้ว

รู้สึกดีๆกับการที่เรายังมีชีวิตอยู่ในวันนี้กันดีกว่า อย่างอื่นก็ว่ากันไปตามครรลองของมัน

พรุ่งนี้ก็เริ่มวันแรกของเดือนสาม ในชีวิตกีบน้อยปีที่ 31
ฮึบๆ

Posted in Uncategorized | No Comments »